สุขภาพ / การออกกำลังกาย / โรค

รู้หรือไม่! โรคพิษสุนัขบ้าไม่ได้เกิดแค่ในสุนัข

จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขกล่าวไว้ว่า 1 ใน 3 ของเด็กไทยที่อายุต่ำกว่า 15 ปี ต้องดดนสัตว์กัดอย่างน้อย 1 ครั้งและจุถูกสัตว์กัดมากที่สุดจะอยู่ในช่วงอายุ 1-6 ปี รองลงมาจากนั้นจะอยู่ในช่วง 6-10 ปี โดยจากสถิตินี้ว่งผลให้เด็กๆในวัยดังกล่าว เสี่ยงที่จะติดโรคพิษสุนัขบ้าเป็นอย่างมาก และโรคพิษสุนัขบ้านี้ไม่ได้เกิดแค่โดนสุนัขกัดเท่านั้น แต่ก็สามารถเกิดได้จากสัตว์อื่นๆอีกด้วยเมื่อโดนกัด
โรคพิษสุนัขบ้าเป็นโรคติดต่อที่ร้ายแรงชนิดหนึ่ง ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัส ” Rabies ” โดยเชื้อนี้จะเข้าไปทำลายระบบประสาท แต่โรคพิษสุนัขบ้าไม่ได้เกิดแค่ในสุนัขอย่างเดียว แต่เกิดจากการที่โดนสัตว์เลี้ยงในบ้านของคุณกัดเช่น แมว กระต่าย กระรอก กระแต ลิง ค้างคาว เป็นต้น ที่สัตว์ดังกล่าว มีเชื้อไวรัสนี้ได้เพราะเป็นการถ่ายทอดทางรก ทางการกัดกัน การข่วน รอยบาดแผล

อาการที่บอกว่าคนรอบข้างของคุณได้รับเชื้อแล้ว
ระยะที่ 1 จะมีไข้ต่ำๆ เจ็บคอ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย และปวดแสบปวดร้อนบริเวณที่ถูกกัดหรือข่วน (การเลียก็ทำให้สามารถติดเชื้อพิษสุนุขบ้าได้)
ระยะที่ 2 อาจมีอาการตื่นเต้นง่าย กระสับกระส่าย ไม่ชอบแสงสว่าง ไม่ชอบลม กลืนของเหลวลำบาก เอะอะโวยวาย
ระยะที่ 3 มีอาการชัก เป็นอัมพาต หมดสติ และเสียชีวิตไปในที่สุด


ทำอย่างไรดีถ้าโดนสัตว์กัด
– รีบล้างแผลทันทีด้วยน้ำสะอาดหลายๆครั้ง แล้วใส่ยาทาแผลด้วย เบตาดีน
– รีบพปปรึกษาแพทย์ แม้ว่าแผลจะไม่เยอิะอหรืออาจจะเป็นแค่รอยข่วนก็ตาม
– ถ้ามีสัตว์ตายให้นำซากสัตว์มาตรวจ แต่ถ้าหากไม่ตายให้ขังไว้ 10 วันคอยรอดูอาการ
รู้ได่อย่างไรว่าสัตว์เลี้ยงของคุณเป็นโรคพิษสุนัขบ้า
โรคพิษสุนัขบ้าจะมีอาการ 2 แบบด้วยกันคือ
– แบบดุร้าย สัตว์จะหงุดหงิด ตื่นเต้น วิ่งพล่าน ไล่กัดคน
– แบบเซื่องซึม เวลาที่สัตว์อ้าปากจะหุบไม่ได้ มักจะชอบเอาเท้าตะกุยตามปากและตามแก้ม ตัวจะแข็ง

Tagged ,